top of page

จากประเพณีโคราช สู่เรื่องราว ‘ความเป็นอื่น’ สะท้อนความขมขื่นในชีวิต LGBTQIA+ ผ่าน ‘ลูกมะพร้าว’

ree

เมื่อ ‘ลูกมะพร้าว’ ถูกนำมาเป็นที่สิงสถิตของเหล่าวิญญาณตกหล่น ไร้คนทำบุญให้ ชาวเมืองจะคอยนำมะพร้าวเหล่านี้แห่แคร่ไปรอบเมือง และทำบุญส่งกุศลให้ เป็นประเพณีที่มีมาช้านานของชาวลาวเวียงที่ผลัดถิ่นมาอยู่โคราช แต่คำถามคือ “แล้วคนล่ะ” โดยเฉพาะ LGBTQIA+ ที่ถูกผลักไสให้เป็นคนชายขอบ ในเมื่อดูแลวิญญาณได้ แต่ทำไมถึงไม่สามารถดูแลคนด้วยกันได้ เป็นคำถามที่นำไปสู่ละครเวทีที่ถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตอันขมขื่นของกลุ่มผู้คนที่มักถูกมองข้าม

.

“มะพร้าวหน้าผี” คือ งานละครเวที Queer ที่กำลังจะแสดงในเทศกาล “Late Pride” โดย ‘Late Night Theatre’ วันที่ 1 - 3 สิงหาคมนี้ ณ Camelot Cafe Bangkok ซึ่งวันนี้ The Showhopper: TALK ได้มีโอกาสพูดคุยกับ ‘นน - วิชชาพร ต่างกลาง’ ผู้กำกับ และ ‘ศรุต โกมลิทธิพงศ์’ นักแสดง ถึงเบื้องลึกเบื้องหลังของละครเวทีเรื่องนี้กัน

.

ก่อนที่ ‘นน’ จะได้มานั่งในฐานะผู้กำกับของละครเรื่องนี้ เธอก็เคยผ่านการทำงานสายศิลปะอยู่แล้ว เริ่มจากการเป็น Curator วนเวียนอยู่ในแวดวงนิทรรศการศิลปะเรื่อย ๆ หลายที่ คอยทำหน้าที่ซัพพอร์ตให้กับศิลปินที่มีชื่อเสียงหลายท่าน ก่อนจะเริ่มย้ายสายมาเป็นนักแสดงอิสระ ที่สุดท้ายก็ยังไม่พ้นการสื่อสารเรื่องราวให้กับคนอื่น เธอจึงตัดสินใจว่า “ถึงเวลาแล้วที่เธอควรมีงานสักชิ้นที่ถ่ายทอดการตกตะกอนเรื่องราวชีวิตของตัวเอง”

.

เมื่อลองเปรียบเทียบสายงานละครเวทีกับสายงานก่อนๆ แล้ว นนพบว่า เธอมีความชอบและถนัดในสายละครเวทีและภาพยนตร์มากกว่า เพราะพอดูจากผลลัพธ์แล้ว งานมักจะมีความเป็น Unity ของเธอมากกว่า เธอจึงสามารถสื่อสารสิ่งที่อยู่ในหัวได้เต็มที่ ยิ่งโดยเฉพาะที่เธอมีเรื่องราวในชีวิตเยอะ นนจึงรู้สึกถูกชะตากับสายอาชีพที่ได้โล่ดแล่นบนเวทีมาก ๆ

.

นนเล่าว่า “ช่วงวัย 30 ปี เป็นวัยที่กำลังจะเปลี่ยนถ่ายอะไรหลายอย่างในชีวิต” และยังเสริมอีกว่า การเป็นกะเทยมันกินยาฮอร์โมน แปลงเพศ ไขกระดูกมีปัญหา ชีวิตจึงสั้น ถ้าได้สื่อสารเรื่องราวที่ตั้งใจตอนนี้ คงจะถือได้ว่าเป็นการสรุปชีวิตวัยเด็กของตัวเอง และหวังว่างานชิ้นนี้ที่เป็นการตกตะกอนตลอด 30 ปีของตัวเองจะสามารถอินสไปร์และเอฟเฟ็กต์ผู้ชมที่มาเสพงานได้บ้าง


ree

.

ในการสร้างละครเรื่องนี้ นนได้แรงบันดาลใจจาก 3 เรื่องราวในชีวิตของเธอ ย้อนกลับไปช่วงมหาลัย จู่ ๆ ที่บ้านเกิดก็มีการรื้อฟื้น “ประเพณีผ้าป่ามหาวิบาก” กลับมาในช่วงนั้นพอดี ตอนที่เธอได้เห็นครั้งแรกก็เกิดคำถามมากมาย จึงเริ่มสืบหาจากเพื่อนบ้านพี่ป้าน้าอา จนได้ข้อสรุปมาว่า

.

“คอนเซปต์ของประเพณี คือ การให้ดวงวิญญาณที่ตกหล่นไม่มีใครทำบุญให้ เข้ามาสิงที่ลูกมะพร้าว แล้วคนรุ่นปัจจุบันก็จะทำบุญส่งไปให้ ซึ่งมีวัฒนธรรมนี้ที่เดียวที่โคราชบ้านเกิดของเธอ”


ree

เรื่องต่อมาที่เป็นหนึ่งในอินสไปร์ของเธอในเรื่องคือ การที่เพื่อนที่เป็น lgbtqia+ ของนนเกิดเสียชีวิตกะทันหัน และในวันที่เสียชีวิตไป พ่อแม่พวกเขาก็พยายามทำดีกับเขาในตอนที่สายไปแล้ว เธอจึงเกิดตระหนักขึ้นมาว่า คนชายขอบที่ยังมีชีวิตไม่ได้ถูกให้คุณค่ามากพอเมื่อเทียบกับผีและลูกมะพร้าว และได้ตัดสินใจหยิบแกนนี้มาสื่อสารในละคร

.

อีกหนึ่งในแรงบันดาลใจของเธอคือ ‘เรื่องนอร์มของสังคม’ ที่ทำให้ lgbtqia+ กลายเป็น “สิ่งอื่น” ที่ไม่ปกติ มักถูกหยิบภาพจำต่าง ๆ มาโยนใส่เสมอ และกลายเป็นภาพจำที่ส่งต่อกันไปเรื่อย ๆ จนเป็นทัศนวิสัยที่ไม่ปกติจนเธอเองรู้สึกไม่ต่างไปจากผี ไม่ว่านอร์มนั้นจะเกิดขึ้นจากความตั้งใจหรือไม่ก็ตาม แต่มันก็ค่อย ๆ หล่อหลอมทัศนวิสัยของคนในสังคมต่อไป

.

3 เรื่องราวข้างต้นเป็นแรงบันดาลใจชั้นดีในการสร้างเนื้อหาละคร และสำหรับแรงบันดาลใจในการสร้างตัวละครนั้น นนเล่าว่า เธอเป็น ‘เป็นตุ๊ดภูธรแอลจี้ที่เรียนชายล้วน’ ซึ่งเต็มไปด้วยสังคมปิตาธิปไตยแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ เป็นช่วงที่เปลี่ยนถ่ายความคิดเปลี่ยนถ่ายตัวตนค่อนข้างเยอะ เธอเลยเลือกสื่อสารตัวละครผ่านเรื่องราวที่เขาเจออะไรมา เขาคิดอะไรอยู่ และเขาเป็นอะไรในตลอดเวลาที่ผ่านมา


ree

ความตั้งใจในการออกแบบตัวละครในเรื่อง ไม่ได้ถูกออกแบบเหมือนกับตัวนนร้อยเปอร์เซ็นต์ ต้องมีการเพิ่มความ Parallel หรือเพิ่ม Layer ให้ต่างจากตัวเอง เพื่อไม่ให้ Trigger ตัวเธอเอง เพราะตัวบทนั้นมีความ Trauma จากชีวิตจริงของเธอสูง จนตอนแรกเธอเกือบจะลบบทนี้ที่ถูกเขียนและตกตะกอนมานานแล้วทิ้งไป จน Producer ของเทศกาล Late Night Theatre ทักมาเชิญเธอทำละครในเทศกาล หลังจากติดตามผลงานมานาน เธอจึงรู้ได้เลยว่า นี่คือโอกาสดีที่จะเล่าเรื่องราวนี้!

.

ซึ่งงานนี้จะออกมาไม่ได้เลย ถ้าขาดทีมช่วย ไม่ว่าจะเป็นทีมอาร์ทได ทีมสเตจ ทีมโคไดเร็ก ทีมนักแสดง ทุกคนล้วนถือเป็นส่วนหนึ่งที่มาช่วยต่อยอดงานชิ้นนี้ นนเชื่อว่า “งานศิลปะจะทำงานและเข้าถึงคนได้มากขึ้นต่อเมื่อมีคนมาช่วยตีความและต่อยอดมัน” ซึ่งงานชิ้นนี้ก็เป็นพื้นที่ดีในการเปิดให้ผู้คนได้มาตีความ

.

ในด้านของนักแสดง ‘ศรุต’ โดยปกติแล้วเขาทำงานในสายละครเวทีเป็นหลัก ซึ่งสังกัดอยู่กลุ่มละคร ‘B-Floor Theatre’ ผลงานที่ผ่านมาของเขาเรียกได้ว่าไม่ธรรมดา ทั้ง “สันดานกา”, “The (Un)Governed Body” และงานที่แสดงอยู่บ่อย ๆ อย่าง “บ้านคัลท์ เมืองคัลท์” และกำลังจะมีเล่นอีกในปีนี้

.

ตอนที่ศรุตถูกชวนมารับบทนี้ เขาได้คำทาบทามจากผู้กำกับว่า “บทนี้ต้องเป็นพี่ศรุตเล่นเท่านั้น” ซึ่งเป็นบทที่มีความท้าทายมาก เพราะเป็นการแสดง Solo Perfomance ที่ต้องแสดงคนเดียวตลอดเรื่อง รวมทั้งตัวเนื้อหาของบทที่เล่น ก็ยังมีความยากจากความมืดหม่นในชีวิต ด้วยการที่ตัวละครโตมาและโดนคนรอบข้างทำร้ายจากการเป็นกะเทยในชนบทอยู่เสมอ

.

สำหรับศรุตแล้วคิดว่า ผู้ชมสามารถหาจุดร่วมกับละครเวทีเรื่องนี้ได้ไม่ยากเลยในฐานะมนุษย์ จากความเป็นส่วนหนึ่งหรือความเป็นอื่น การไม่ถูกยอมรับหรือการถูกยอมรับ การรู้สึกว่าตัวเองไม่เป็นที่ต้องการ หรือการรู้สึกว่าตัวเองไม่มีคุณค่า ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่รีเลทได้ทั้งสิ้น


ree

.

ทั้งผู้กำกับและนักแสดงของเรื่องนี้ต่างมีความตั้งใจว่า อยากให้ละครเรื่องนี้เอฟเฟ็กต์หรือสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ชม ไม่ว่าจะจากการแสดง บทที่เล่น วิธีการเล่น หรืออย่างน้อยที่สุด ขอแค่ผู้ชมเอนจอยไปกับการแสดงนี้ พวกเขาก็รู้สึกดีมากแล้ว

.

สำหรับผู้อ่านคนไหนที่สนใจอยากจะรับชมการแสดงละครเวทีเรื่อง “มะพร้าวหน้าผี” หรือสนใจรับชมละครเรื่องอื่น ๆ ในเทศกาล วันที่ 1 - 3 สิงหาคมนี้ ณ Camelot Cafe Bangkok ก็สามารถซื้อบัตรหรือติดตามข้อมูลต่าง ๆ ได้ทางเฟซบุ๊ก Late Night Theatre TH และอินสตาแกรม latenightthtr บอกได้เลยว่า คุ้มค่าแน่นอนเพราะซื้อบัตรทีเดียวจะได้รับชมละครเวทีถึง 3 เรื่อง ห้ามพลาด!

.

เรื่อง: Phakkearth (Intern)

.

ความคิดเห็น


©2023 by The Showhopper

bottom of page