top of page

รู้จัก Chappell Roan ‘ศิลปินหน้าใหม่ยอดเยี่ยมแห่งปี’ จาก VMAs 2024 ผู้ขับกล่อมแฟนเพลงด้วยเรื่องเล่าของเควียร์และ Drag Persona

13 ก.ย. 2567
ยาว 1 นาที


ป็อปไอคอนของชาวเควียร์แห่งยุคของคุณคือใคร? ถ้าพูดถึงยุค 2000s อาจเป็น “Madonna” ขยับมาที่ 2010s ก็ต้อง “Lady Gaga” แต่สำหรับ 2020s แฟนเพลงมากมายต่างเห็นพ้องต้องกันว่าเป็นเธอคนนี้ “Chappell Roan” ศิลปินเจ้าของรางวัล Best New Artist จาก ‘MTV VMAs 2024’ ผู้จัดเต็มกับการสวมลุค Drag โบกสะบัดธงสีรุ้งร้องเพลงร่ำระบายถึงชีวิตของเควียร์อย่างภาคภูมิว่าคนกลุ่มเราก็ควรมีเพลงที่พูดถึงการเติบโต ความรัก ช่วงเวลาใจสลาย และความโกรธา ได้เหมือนกัน ทำให้บทเพลงของเธอโอบกอดผู้คนในยุคนี้ได้ถูกที่ ถูกเวลา

.

ในแง่ของเนื้อร้องและดนตรี คงไม่มีใครกังขาอีกแล้วว่ายัย พส. แชปเพล เป็นดาวรุ่งพุ่งแรงแห่งปี 2024 ที่มาพร้อมกับคุณภาพคับแก้วของแทร่ ทั้งเส้นเสียงสุดนิ่ง โทนเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ ความเป็นเลิศทางดนตรี ไปจนถึงวิสัยทัศน์ด้านการ ‘คราฟต์’ งานเพลงของเธอ

.

เพลงที่ทำให้แชปเพลเข้าสู่ยุค ‘นักร้องดัง’ เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาคือ Good Luck, Babe! บอกเล่าเรื่องราวความรักจากมุมมองของสาวแซฟฟิคแสน relatable ผู้ตกอยู่ใน situationship กับแซฟฟิคอีกคนที่ยังคงเล่นบทสเตรทเพื่อปิดบังตัวตน หลอกตัวเองว่าไม่ได้ชอบผู้หญิงด้วยการมีสัมพันธ์กับผู้ชายไปเรื่อย ทำเอาสาวเควียร์ทั่วทุกสารทิศถึงกับจุก เพราะโลกนี้มีเควียร์มากมายที่มีประสบการณ์ร่วมเรื่องการแอบกิ๊กกับคนที่ไม่ต้องการเปิดตัวเช่นนี้

.

หลายคนอาจคิดว่า นี่ล่ะๆๆ! นี่คือเวทมนตร์ที่เกิดขึ้นเมื่อศิลปินโด่งดังขึ้นมาได้ด้วยพรสวรรค์ยังไงล่ะ! แต่สิ่งที่เราอาจเผลอลืมไปคือแชปเพล โรน (Chappell Roan) ไม่ได้มีแค่พรสวรรค์เท่านั้น อีกสิ่งที่น่าประทับใจไม่แพ้กันคือพรแสวงและความยึดมั่นที่จะทำในสิ่งที่รักจนกว่าจะตายกันไปข้าง

.

“เคลีห์ โรส แอมสทุตซ์” (Kayleigh Rose Amstutz, ชื่อจริงนอกวงการของแชปเพล) โตขึ้นมาในครอบครัวอนุรักษนิยมที่ยากจน พวกเขาอาศัยอยู่ในชุมชนรถบ้านในรัฐมิสซูรี ไปโบสถ์สัปดาห์ละ 3 วัน และสอนลูกหลานว่า ‘คนเพศหลากหลายคือคนบาป’ เคลีห์อยากเป็นนักร้องมาตั้งแต่เด็ก เธอล้มลุกคลุกคลานบนเส้นทางอาชีพนักร้องมานานกว่า 10 ปีแล้ว (เริ่มตั้งแต่อายุ 16 เพิ่งจะมีชื่อเสียงจริงๆ ตอนอายุ 26) จากความทรงจำของเธอ ในช่วงปี 2019-2020 ที่เพลง “Say So” ของ “Doja Cat” กำลังดัง อาชีพนักร้องนั้นไม่สามารถทำเงินให้เธอได้มากพอ เธอจึงจำเป็นต้องทำงานพาร์ตไทม์ไปด้วยเพื่อให้สามารถร้องเพลงต่อไปได้

.

“ตอนนั้นฉันแค่รู้สึกว่าฉันจะทนทำต่อไปให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ ฉันจะพยายามทำงานให้หนัก ฉันจะทำมันให้หมด ทั้งพี่เลี้ยงเด็ก คนขายโดนัท บาริสต้า จนกว่าจะถึงจุดที่ทำไม่ไหวอีกต่อไปนั่นแหละ” เธอให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร Glamour

.

หัวใจหลักของความเป็นแชปเพล โรน นอกเหนือไปจากเรื่องของดนตรีและเสียงร้อง คือเรื่องของแฟชั่นและ Drag Persona ของเธอ อิทธิพลจากวัฒนธรรมแดร็กแทรกซึมอยู่ในทุกอณูของตัวตนในวงการและการแสดงบนเวทีของแชปเพล

.

ในชีวิตจริงเธออาจเป็นเคลีห์ สาวขี้อายตัวเล็กๆ ที่ไม่ประสีประสามากมาย แต่ทันทีที่ขึ้นเวที เธอจะสวม ‘หัวโขน’ ความเป็นแชปเพลแบบเดียวกับที่ศิลปินแดร็กคนหนึ่งจะเข้าสู่บทบาททันทีเมื่อแต่งหน้าเสร็จ แชปเพลนั้นต่างจากเคลีห์ เธอใจกล้าบ้าบิ่น จึงไม่เคอะเขินที่จะทำในสิ่งที่เคลีห์คงไม่ทำในชีวิตจริง อย่างการนำเรื่องบนเตียงมาแต่งเป็นเพลง หรือเล่นมุกตลกทะลึ่งๆ ต่อหน้าแฟนๆ มากมาย

.

และดีเทลอันละเอียดอ่อนเหล่านี้ซึ่งเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับผลงานเพลงไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นหลังจากแชปเพลโด่งดัง แต่เป็นทักษะที่เธอค่อยๆ สั่งสมมาตลอดเส้นทางอาชีพนักร้อง ยกตัวอย่างลุคจมูกหมูชุดแดงที่หลายคนอาจจะคุ้นเคยกันดีเพราะอยู่บนปกซิงเกิ้ลนั้นก็เป็นภาพที่ถ่ายขึ้นในคืนวันงาน Grammy Awards ปีที่แล้ว ขณะนั้นแชปเพลยังไม่มีชื่อเสียงมากพอที่จะได้รับเชิญเข้างานด้วยซ้ำ แม้จะยังไม่มีโอกาสเข้าร่วมงาน เธอตัดสินใจหยิบลุคนี้ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากซีรีส์ Twilight Zone (1959) และภาพยนตร์ Penelope (2008) ขึ้นมาแต่ง แล้วถ่ายรูปเก็บไว้

.

หรือจะเป็นอีกลุคหนึ่งที่สร้างภาพจำในฐานะ Drag Queen คนหนึ่งให้กับแชปเพล นั่นคือลุคเทพีเสรีภาพ (Liberty) ที่เธอหยิบมาแต่งในช่วง Pride Month ณ วันขึ้นแสดงที่งาน Governors Ball โดยสาเหตุที่เลือกมาเป็นเพราะเทพีนั้นเป็นตัวแทนของเสรีภาพในทุกด้านของชีวิต

.

“จงส่งมวลชนผู้อ่อนล้า ผู้ยากไร้ ผู้เบียดเสียดกระเสือกกระสนควานหาเสรีในโลกเก่า มาสู่ดินแดนของข้าในโลกใหม่” แชปเพลกล่าวในงานวันนั้น

.

แม้กลอนบทนี้จะเป็นบทกวีคลาสสิกที่สลักอยู่ที่แท่นของรูปปั้นเทพีมานาน และมีความหมายเดิมว่าอเมริกาเป็นดินแดนที่คนจนในยุโรปจะสามารถมาสร้างเนื้อสร้างตัวจนมีกิน มีใช้ และมีเสรีภาพ แต่ในวันนั้น สารนี้ถูกส่งจากแชปเพล โรน ไปยังผู้หญิง คนข้ามเพศ และคนตัวเล็กๆ ในสังคม เพื่อสื่อว่าในยุคสมัยแห่งความหลากหลาย พวกเขาทุกคนจะได้รับการปลดแอกจากการกดขี่

.

เรื่อง: Bloomsbury Girl

.

ที่มา

.



ความคิดเห็น


bottom of page